Site Loader

ประสบการณ์ดอกมะม่วงโรยครั้งที่ 1


“…ชีวิตของคนเรา มันก็คล้ายๆ ดอกมะม่วงนี้แหละ
ถ้าไม่ยอมตาย ไม่ยอมทิ้งบางสิ่งบางอย่างมันก็จะไม่เกิดผล
ไม่เกิดสิ่งดีและงดงามอันใด…”


ครั้งเมื่อยายมาอาศัยอยู่ที่บ้านสามพรานดินแดนมะม่วงดกของเรานั้น ยายมาได้มีโอกาสชื่นชมกลิ่นหอมของดอกมะม่วงยามย่างหน้าหนาวอยู่เป็นประจำทุกๆ ปี มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มะม่วงออกช่อเต็มต้นไปหมด ตื่นเช้าขึ้นมาก็ได้กลิ่นตลบอบอวลหอมฟุ้งชื่นใจ ด้วยเหตุนี้ยายมาจึงสะดุดใจที่ยิ่งวันกลิ่นนั้นก็ชักจางหายไปทุกทีๆ จึงมองไปที่ต้นมะม่วงเหล่านั้น แทนที่จะเห็นช่อดอกอันงดงาม กลับเห็นแต่กิ่งเล็กกิ่งน้อยเก้งก้างไปหมด ใจนึกเสียดายกลิ่นหอมของดอกมะม่วงเสียจริง จะเรียกว่าอาลัยหาเลยก็ว่าได้ ความรู้สึกถวิลหานั้นพาให้ยายมาเดินเข้าไปใกล้ๆ ต้น ใจก็บ่น “เสียดายจัง เสียดายจัง” ไปตลอด ตาก็สอดส่ายไปมองก้านดอกอันเก้งก้างดูน่าชังที่ชี้อยู่บนต้น แต่แล้วสายตาก็เห็นเม็ดเล็กๆ นิดเดียวเกาะอยู่ตามก้านเหล่านั้น ใจคิดขึ้นมาทันที เออ…ใช่เลยสินะนี่ ถ้าดอกไม่ร่วงมะม่วงจะออกลูกได้อย่างไร


ทำให้คิดถึงชีวิตของคนเรา มันก็คล้ายๆ ดอกมะม่วงนี้แหละ ถ้าไม่ยอมตาย ไม่ยอมทิ้งบางสิ่งบางอย่างมันก็จะไม่เกิดผล ไม่เกิดสิ่งดีและงดงามอันใด แต่การจะยอมตาย ยอมทิ้ง ยอมละจากบางสิ่งบางอย่างมันก็ยากนักหนา เพราะมันอาจจะพบทั้งความเจ็บปวด ความไม่แน่นอนต่ออนาคตข้างหน้าร้อยแปดพันเก้า เขาบอกว่า ถ้าทารกซึ่งอยู่ในครรภ์ไม่ยอมออกจากครรภ์เพราะเสียดายครรภ์อันอบอุ่นของแม่ เขาก็จะไม่มีวันได้ออกมาเห็นโลกกว้างใหญ่ที่น่าศึกษา น่าติดตาม มาพบกับความรักและอ้อมกอดของแม่ รวมทั้งของใครต่อใครอีกมากมาย ทั้งยังสามารถแลเห็นบุคคลเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง เขาจะมีโอกาสเติบโตจนกระทั่งวันหนึ่งสามารถจะเป็นผู้ให้กำเนิดอย่างแม่บ้าง

ในพระวรสารยังพูดถึงเมล็ดข้าวสาลีว่า ถ้าตกลงดินแล้วไม่ยอมเน่าเปื่อย มันก็จะคงเป็นเมล็ดเดียว แต่ถ้ามันเน่าเปื่อยแล้วมันก็จะงอกขึ้นมาเป็นต้นใหม่ที่ให้ผล คือเมล็ดข้าวสาลีอีกมากมาย ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หลายครั้งเราก็นึกเสียดายความสาว ความสวย กลัวแก่ กลัวเหี่ยวย่น เสียดายความสะดวกสบาย ความคุ้นเคย หรืออาจจะเสียดายเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทองคล่องมือที่จะขาดหายไป หากจะต้องทางานบางอย่างที่ตัวเองไม่ค่อยถนัด ไม่ค่อยชอบ หรือไม่เคยคุ้น หรือหากจะต้องเปลี่ยนสถานที่ไปอยู่ที่โน่นที่นี่ เรากลัวความไม่แน่นอนของอนาคตซึ่งยังมองไม่เห็น บางครั้งแม้จะเดาก็ยังเดาไม่ออกเสียด้วยซ้ำ แต่แม้พระวรสารและธรรมชาติที่พบเห็น ก็ยังย้ำบอกแก่เราทุกๆ วันว่า หากเรายอมตาย ยอมเน่าเปื่อย ยอมละทิ้ง เราก็จะสามารถทาให้เกิดผลใหม่อีกมากมาย สมค่ากับการยินยอมของเรา เพราะมนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพียงเพื่ออยู่สบายไปวันๆ หนึ่ง แต่เพื่อร่วมงานการสร้างขององค์พระเจ้าของเราต่างหาก

โดย ยายมา