Site Loader

ประสบการณ์ดอกมะม่วงโรยครั้งที่ 2


“…คนรุ่นใหม่ไม่อาจจะมามีประสบการณ์ตรงนี้เพื่อฝึกฝนตน
เพื่อพัฒนาให้เกิดความชำนาญและศักยภาพในการทำหน้าที่การงานได้…”

         
ขณะที่ยายมากำลังเดินอยู่บริเวณสนามบาสเกตบอล กลิ่นดอกมะม่วงยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง เพราะมันเริ่มจะเป็นเม็ดบ้างแล้ว ยายมาหวนกลับไปคิดทบทวน ถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครั้งก่อน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้พบกับหลายสิ่งหลายอย่างที่กระตุ้นใจให้ได้คิด เออหนอ… คนเรานี่มันก็เหมือนมะม่วงนี่แหละ คือ เราต้องยอมทิ้งดอกเพื่อให้เกิดผล ดอกนี่อาจจะเป็นความสำเร็จ ตำแหน่งหน้าที่ อำนาจ ชื่อเสียง เกียรติยศ ผลก็คือคนรุ่นหลังที่จะตามมา ถ้าคนรุ่นเก่าไม่ยอมทิ้ง คือ ไม่ยอมให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาทำแทนเพราะรู้สึกเสียดาย หวงแหน กลัวถูกทอดทิ้ง ถูกดูถูก เกรงว่าตนจะไม่มีคุณค่าในสายตาผู้ใด ฯลฯ ก็นับวันเราก็จะแก่ตายไป คนรุ่นใหม่ไม่อาจจะมามีประสบการณ์ตรงนี้เพื่อฝึกฝนตน เพื่อพัฒนาให้เกิดความชำนาญและศักยภาพในการทำหน้าที่การงานได้

          ยายมาคิดถึงบทเพลง หรือบทกวีอะไรสักอย่างในเรื่องสามก๊กที่เคยอ่านมา ท่อนหนึ่งเขาพูดในทำนองนี้ว่า “บางครั้งเขาเอาต้นถั่วมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับต้มถั่ว” มันทำให้เข้าใจว่าบางทีคนเราต้องเสียสละแม้กระทั่งชีวิตและศักดิ์ศรีของตน เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น อย่างน้อยก่อนที่ต้นถั่วจะมอดไหม้ก็ได้ช่วยชีวิตหลายคนมิให้อดตายเพราะได้กินถั่วต้ม

          คนรุ่นหลังในวันนี้ก็จะต้องเป็นคนรุ่นเก่าเข้าสักวัน คงไม่ลืมตัวว่า เราเป็นผลของดอกที่ยินยอมตายร่วงโรยสู่ดินของคนรุ่นเก่า และคงมีใจเสียสละยอมตายสำหรับคนรุ่นหลังของเราเมื่อเวลามาถึง เพื่อผลคือคนรุ่นหลังของเราจะได้เกิด ตามอย่างที่เราได้พบเห็นมาแล้วจากคนรุ่นเก่าของเรา

โดย ยายมา